|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันพุธที่ 01 กรกฏาคม 2009 เวลา 16:20 น. |
|
เวลา 09.30 น.วันที่ 30 มิ.ย.2552 ที่ โรงแรมกระบี่รีสอร์ท ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมประชาคม อปพร.ระดับเขต ครั้งที่ 2/2552 โดยมีนายสันติ์ จันทร์วงษ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ อปพร.เขต เป็นผู้กล่าวรายงาน และมีสมาชิก อปพร.จากจังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และจังหวัดตรัง เข้าร่วมประชุมจำนวน 120 คน การประชุมในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะกรรมการประสานงานศูนย์ อปพร.ระดับจังหวัดให้เป็นหน่วยนำในการพัฒนา อปพร.และเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อันจะนำไปสู่ระบบอาสาสมัครที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือทางราชการ ทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉินอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า สมาชิก อปพร.นับว่าเป็นผู้ที่สมควรได้รับการชื่นชมยกย่องเป็นอย่างยิ่ง ที่มีความเสียสละทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เวลา และกำลังทรัพย์ในการช่วยเหลือทางราชการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปฎิบัติงาน ของในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำประสบการณ์นั้นมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในขอบเขตความรับผิดชอบของตนต่อไป.
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com |
|
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันพุธที่ 01 กรกฏาคม 2009 เวลา 16:18 น. |
|
วันนี้ (30 มิ.ย.2552) นายไมตรี บุญยัง ประธานกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนางวรรณษา พรายอินทร์ หัวหน้างานพรรคการเมือง ได้ออกตรวจสาขาพรรคการเมืองในจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีอยู่ 3 สาขาพรรคการเมือง ประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 2 สาขา และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายไมตรี บุญยัง ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าในการออกตรวจสาขาพรรค เป็นการออกตรวจ เพื่อให้คำแนะนำในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดทำบัญชี การเปลี่ยนแปลงของสมาชิก การดำเนินกิจกรรมพรรคการเมือง สถานะทางการเงินของสาขาพรรค พร้อมทั้งปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดประกอบการสนับสนุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำหรับจังหวัดกระบี่ มีสาขาพรรคการเมือง จำนวน 3 สาขา ประกอบด้วย สาขาพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 63 ตั้งอยู่เลขที่ 78 หมู่ที่ 1 ต.ทับปริก อ.เมือง มีนายป้อมเพชร สุคนธกนิษฐ์ เป็นประธานสาขาพรรค สาขาพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 216 ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ถ.เพชรเกษม ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง มีนายอารีย์ ห้วยลึก ประธานสาขาพรรค และสาขาพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ลำดับที่ 1 ตั้งอยู่เลขที่ 29 ถนนวัชระ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ มีนายเพชร ตรีคุณ เป็นประธานสาขาพรรค.
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com
|
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2009 เวลา 09:21 น. |
เมื่อ เวลา 10.30 น.วันที่ 28 มิถุนายน 2552 นายปราโมทย์ แหล่ทองคำ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพังงา ได้เป็นประธานในพิธีเปิดสถาบันการเงินกองทุนออมทรัพย์นูรุ้ลอิสลาม สำนักงานสาขาบ่อแสน เลขที่ 34/3 ม.1 ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา โดยมีนายธีรยุทธ บุตรกริม ประธานสถาบันการเงินกองทุนออมทรัพย์นูรุ้ลอิสลาม สำนักงานใหญ่ จ.กระบี่ นายวิวัฒน์ เหล่าเส็น ผู้จัดการ สำนักงานใหญ่ โต๊ะอิหม่าม กำนัน อบต. คณะกรรมการธนาคารและชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ่อแสนจำนวนกว่า200 คนเข้าร่วม ในการเปิดสาขาใหม่นายทวิชา ไชยทอง นายอำเภอทับปุด ได้ให้เกียรติมาร่วมงาน และได้เปิดสมุดบัญชีเงินฝากที่สาขาดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาทด้วย ส่วนนายปราโมทย์เปิดบัญชีเงินฝากจำนวน 5,000 บาท นายธีรยุทธ บุตรกริม ประธานสถาบันการเงินกองทุนออมทรัพย์นูรุ้ลอิสลาม สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า สถาบันการเงินกองทุนออมทรัพย์ นูรุ้ลอิสลาม เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2538 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมมีระบบการเงินที่ปราศจากดอกเบี้ย โดยกลุ่มผู้นำมัสยิดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้ร่วมกันระดมทุน ในครั้งแรกด้วยวงเงิน15,000 บาท โดยเปิดสำนักงานเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน ได้ประมาณ 7 ปี เศษ มีเงินทุนหมุนเวียน 1 ล้านบาทเศษ ต่อมามีสมาชิกมากขึ้น และเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้นเป็น 24 ล้านบาท จึงได้ย้ายที่ทำการและเปิดสำนักงานใหญ่ขึ้นที่ ถนนเพชรเกษม ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2550 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก ปัจจุบันสถาบันการเงินกองทุนนูรุ้ลฯมีสมาชิกอยู่กว่า 1,600 คน มีบัญชีเงินฝาก กว่า 30 บัญชี มีเงินทุนหมุนเวียน กว่า 35 ล้านบาท นายธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า กรณีมีหลายคนเข้าใจว่า สถาบันการเงินกองทุนออมทรัพย์นูรุ้ลอิสลาม อยู่ในเครือข่ายเดียวกับธนาคารชุมชนตำบลเขาคราม ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนักในขณะนี้ ส่งผลทำให้สมาชิกเกิดความวิตก จึงขอทำความเข้าใจว่า สถาบันการเงินดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองทุนออมทรัพย์นูรุ้ลฯแต่อย่างใด และการที่ธนาคารชุมชนขาดสภาพคล่องไม่ได้มีผลกระทบต่อสถาบันการเงินกองทุนนู รุ้ลฯ ทั้งนี้ทางสถาบันฯได้ก่อตั้งมาก่อนธนาคารชุมชน และดำเนินกิจการมานานกว่า14 ปีแล้ว ด้วยระบบการบริหารที่ได้มาตรฐาน และมีการปล่อยสินเชื่อที่ปราศจากความเสี่ยง นอกจากนั้นยังมีสถาบันเครือข่ายอีกกว่า 20 แห่ง ในภาคใต้ เงินหมุนทุนเวียนกว่า 2 พันล้านบาท
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com |
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2009 เวลา 09:20 น. |
|
เมื่อ เวลา 10.00 น.วันที่ 26 มิ.ย. 52 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกระบี่ นางสาวอุรารัตน์ อรณรัตน์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 261 ม.1 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมด้วยสมาชิกธนาคารชุมชนตำบลเขาคราม ได้เข้าร้องเรียนกับนายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กรณีที่ทางผู้บริหารธนาคารชุมชนตำบลเขาคราม ไม่ยอมจ่ายเงินให้ตามสัญญานัดที่ได้ตกลงกันไว้ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 และครั้งที่สองวันที่ 19 มิถุนายน 52 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถเบิกเงินได้ตามสัญญา โดยได้ขอเลื่อนนัดไปจ่ายในวันที่ 30 มิถุนายน 52 แทนโดยอ้างว่าเงินยังไม่มี ซึ่งสมาชิกฯเกรงว่าทางธนาคารจะเบี้ยวจ่ายอีกครั้งเมื่อถึงวันนัดจริง นางอุรารัตน์ อรณรัตน์ สมาชิกธนาคารชุมชน ต.เขาคราม กล่าวว่า ที่ผ่านได้นำเงินไปฝากไว้กับธนาคารชุมตั้งแต่เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 43 รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 6 แสนบาท ซึ่งหลังจากที่ทราบว่าทางธนาคารฯบริหารกิจการล้มเหลวเมื่อประมาณ ต้นปี 52 ที่ผ่านมา ก็ไปขอเบิกเงินที่ฝากไว้คืนเนื่องจากเกรงว่าเงินจะสูญหาย แต่ปรากฎว่าทางธนาคารไม่สามารถเบิกจ่ายให้ได้ และทางจังหวัดกระบี่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้แต่งตั้งคณะทำงานลงตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกันระหว่างสมาชิกของธนาคารชุมชน กับผู้บริหาร เมื่อประมาณ เดือนพฤษภาคม 52 ซึ่งทางผู้บริหารก็สัญญาว่าในวันที่ 4 และ 19 มิถุนายน 52 ให้สมาชิกมารับเงินได้ทุกคน นางอุรารัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อถึงวันนัดก็ได้มีสมาชิกเป็นจำนวนมากไปรอรับเงินตามบัญชีเงินฝากที่ฝาก ไว้กับธนาคารแต่ปรากฏว่าทางธนาคารไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้ตามสัญญานัด โดยบอกว่าเงินยังไม่เข้า จึงทำให้สมาชิกที่มารอถอนเงินต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง และสมาชิกฯเริ่มไม่มั่นใจว่าเงินที่ไว้กับธนาคารจะได้คืนหรือไม่ จึงต้องเข้าร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออีก ครั้งในฐานะที่ท่านเป็นพ่อเมือง นายฉ่ำ แสงศรี อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 19 ม.5 ต.เขาคราม หนึ่งในสมาชิกของธนาคารชุมชนฯกล่าวว่า หลังจากที่ทางธนาคารชุมชนได้เลื่อนนัดการจ่ายเงิน ตนก็ได้สอบถามไปยังผู้บริหารของธนาคารชุมชนก็ได้รับคำตอบว่า ให้รออีก 2 อาทิตย์ ประมาณวันที่ 30 มิถุนายน 52 ทางธนาคารก็จะนำเงินมาจ่ายให้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อถึงวันนัดจะได้รับเงินอีกหรือไม่เพราะตอนนี้เดือดร้อน มากเนื่องจากต้องการเงินที่ฝากไว้นำมาใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งมีจำนวนประมาณ 100,000 แสนบาท และเป็นเงินสะสมที่ไว้ใช้ในยามที่จำเป็น สำหรับเพื่อนสมาชิกด้วยกันที่ทีเงินฝากอยู่ในธนาคารที่ยังไม่สามารถถอนได้ มียอดเงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท แต่หลังจากนี้หากไม่ได้รับเงินก็จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคาร อย่างแน่นอน นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผวจ.กระบี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียนถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ไม่ สามารถเบิกถอนเงินออกจากธนาคาร ก็ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจไกล่เกลี่ยกับผู้ บริหารของธนาคารจนมีบางคนได้รับเงินคืนไปบ้างแล้ว สำหรับการจะให้เข้าไปตรวจสอบในเชิงลึกของธนาคาร ทางจังหวัดไม่สามารถทำได้เนื่องจากธนาคารแห่งนี้มีการบริหารจัดการโดยชุมชน และช่วงที่ก่อตั้งใหม่ๆเมื่อปี 33 ธนาคารแห่งนี้มีความเข้มแข็งมาก และเป็นธนาคารชุมชนแห่งแรกของประเทศไทยเป็นที่ศึกษาเรียนรู้ของชุมชนทั่ว ประเทศ ผวจ.กล่าวอีกว่า แต่หลังจากที่นายเชษฐา มุคุระ ผู้บริหารในสมัยนั้นได้เสียชีวิตลง ก็มีคนใหม่เข้ามาบริหารแทนและคงมีปัญหาตั้งแต่นั้นมา เพราะทางธนาคารไม่ยอมให้ ธกส.เข้าไปตรวจบัญชี และเป็นพี่ลี้ยงให้เหมือนอย่างที่ผ่านมา ซึ่งหนทางเดียวที่จะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้ก็คือให้ผู้ที่เดือดร้อน เข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารแล้วทางจังหวัดก็จะเข้าไปตรวจสอบถึง ความไม่ชอบมาพากลของธนาคารได้ และยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้รับการร้องเรียนก็รู้สึกตกใจ เพราะธนาคารชุมชนเขาคราม เป็นสถานที่หนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดกระบี่ในเรื่องของชุมชนเข้ม แข็ง
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com
|
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2009 เวลา 16:30 น. |
|
เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2552 ที่ห้องประชุมพระนาง ชั้น 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายวิมล นับทอง ประธานชมรมฟุตบอลจังหวัดกระบี่ ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจัดการแข่งขันฟุตบอลอนุบาลกระบี่ อบจ.คัพ ครั้งที่ 1 ประจำปี 52 พร้อมทั้งได้มีการจับฉลากแบ่งสายการแข่งขัน ซึ่งมีทีมฟุตบอลสนใจสมัครเข้าร่วมทำการแข่งขัน จำนวน 22 ทีม นายสมศักดิ กิตติธรกลุ นายกอบจ.กระบี่ กล่าวว่า ในการแข่งขันฟุตบอลอนุบาลอบจ.คัพครั้งนี้ นับเป็นการพัฒนาขึ้นอีกก้าวหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลระดับอนุบาลเนื่องจาก เดิมทีองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลอนุบาลเป็นกิจกรรมเสริมในการแข่งขันฟุตบอลอบจ.คัพต้น ภัยยาเสพติด ประเภทเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการสรั้งสีสันให้กับการแข่งขัน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2547 แต่ในการแข่งขันครั้งนี้ ทางอบจ.กระบี่ ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาในการเล่นฟุตบอลของเด็กระดับออนุบาล ประกอบกับความสามารถของผู้ฝึกสอนที่ให้นักกีฬาเล่นอย่างมีทักษะมากยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลอนุบาล เป็นกิจกรรมหลักในการดำเนินงานของอบจ.กระบี่ ซึ่งจะต้องดำเนินการทุกปี นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ ได้ตั้งงบประมาณไว้เพื่อจัดการแข่งขัน เป็นเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท เนื่องจากมีการคาดคะเนว่าจะมีทีมฟุตบอลจากสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจากการแข่งขันที่ผ่านมา มีทีมฟุตบอลสนใจเข้าร่วมจำนวน 26 ทีม แต่ด้วยปัจจัยหลายๆประการ ปีนี้จึงมีทีมฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 22 ทีม ประกอบด้วย อำเภอเมืองกระบี่ จำนวน 6 ทีม อำเภอเขาพนม จำนวน 4 ทีม อำเภอเกาะลันตา จำนวน 4 ทีม อำเภอเหนือคลองจำนวน 3 ทีม อำเภอลำทับ จำนวน 2 ทีม อำเภอปลายพระยา จำนวน 2 ทีม และอำเภอคลองท่อม จำนวน 1 ทีม สำหรับการแข่งขั้นครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหลายประการ ทั้งในด้านของนักกีฬาที่มีการกำหนดคุณสมบัติย่างชัดเจนว่าต้องเป็นนักกีฬา ที่อยู่ระดับอนุบาล และมีอายุไม่เกิน 6 ปี และต้องเป็นนักกีฬาที่กำลังเรียนอยู่ในสถานศึกษา หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้นๆ โดยมีรางวัลให้แก่ทีมที่ชนะเลิศ จะแบ่งออกเป็น2 ส่วนคือ รางวัลสำหรับสถานศึกษา ชนะเลิศ จะได้เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลบำรุงทีมสำหรับมอบให้นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน ชนะเลิศ 20,000 บาท รองชนะเลิศ 15,000 บาท และรางวัลอื่นๆรวมกว่า 153,000 บาท และนอกจากนี้ทางอบจ.ยังได้มอบเงินสนับสนุนทีมเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อม และการเดินทางอีกทีมละ 5,000 บาท
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com
|
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2009 เวลา 16:28 น. |
|
นาง ณัฐยา อนุดิษฐ์ จัดหางานจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้ใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา ในวันที่ 30 มิถุนายน นี้ ดังนั้น จึงขอให้นายจ้าง สถานประกอบการดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว ภายในวันที่ 30 มิถุนายน หากนายจ้างฝ่าฝืนไม่ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้อง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2551 ปรับตั้งแต่ 1 หมื่น ถึง 1 แสนบาท/คนต่างด้าว 1 คน และนอกจากนั้น คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 ให้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติ พม่า ลาว และกัมพูชา ที่อยู่นอกระบบ เข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง และให้นายจ้าง/เจ้าของสถานประกอบการ เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบขั้นตอนการจดทะเบียนและขอรับใบอนุญาตทำงานในวัน ที่ 3 กรกฎาคม 2552 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่.
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com
|
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2009 เวลา 16:27 น. |
|
วัน ที่ 25 มิถุนายน 2552 นายวิชาญ ทวิชัย อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำเจ้าหน้าที่ เข้าสำรวจรังวัดและปักหลักแนวเขต ที่บริเวณแปลงปลูกป่าชายเลน ซอย 25 ถ.กระบี่-เขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ตามโครงการรังวัดแนวที่ดินป่าชายเลน โดยการปักหลักแนวเขต เพื่อป้องกันปัญหาแนวเขตไม่ชัดเจน และป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน โดยมีนายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตัวแทนองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้แทนบริษัทพาสโค ผู้แทนบริษัทโอ.จี.ไอ.เอส คอนซัลท์ และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม นายวิชาญ กล่าวว่า โครงการรังวัดที่ดินป่าชายเลน โดยการปักหลักแนวเขตที่ดินให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน คือมาตราส่วน 1ต่อ 4,000 โดยดำเนินการในพื้นที่6 จังหวัดฝั่งอันดามัน รวมจำนวน 8,200 หลักเขต ระยะเวลา 365 วัน เริ่ม29 เมษายน2552 เพื่อเป็นป้องกันการจัดทำแผนระวางที่มีมาตรฐานแตกต่างกัน ทำให้แนวเขตไม่ชัดเจน ทำให้ผู้บุกรุกสามารถใช้เป็นข้ออ้างได้ ซึ่งจะมีผลต่อรูปคดี และเป็นการลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนได้ ทั้งนี้หากพบว่าผู้ครอบครองมีเอกสารสิทธิ์ไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย หากสิ้นสุดคดีอาญา แล้วก็จะส่งฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายอีกไร่ละ 110,000บาทเศษ ส่วนราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตป่าชายเลนก่อนมติครม.เมื่อวัน 23 กรกฎาคม 2534 ก็ให้อาศัยอยู่ต่อไปได้ สำหรับพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดกระบี่ มีทั้งหมด 219,000 ไร่ มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจาก จ. พังงา ซึ่งมีป่าชายเลน จำนวน 260,096 ไร่ อย่างไรก็ตามปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่ายเลนของกระบี่ พบว่าลดน้อยลง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 51 จับกุมดำเนินคดี 45 คดี เนื้อที่ถูกบุกรุกจำนวน 344 ไร่ และในปี 2552ดำเนินคดีไป 12 คดี เนื้อที่บุกรุก 60 ไร่
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com
|
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2009 เวลา 09:47 น. |
|
เมื่อ เวลา 09.30 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2552 พลเอกธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านคลองทรายดินแดงน้อย หมู่ที่ 6 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ภายหลังจากที่ราษฎรในพื้นที่หมู่ที่ 6 ได้ร้องเรียนว่ามีนายทุนเข้าไปบุกรุกที่ดินของรัฐ เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาทองป่าไสยไทย และและอ่าวนาง โดยจากการตรวจสอบพื้นที่พบว่า สภาพบริเวณดังกล่าวเป็นป่าชายเลนนำทะเลท่วมถึง มีการนำต้นมะพร้าวอายุไม่ถึงปีมาปลูกไว้ประมาณ20 ต้น และมีการกั้นรั้วลวดหนามตลอดแนวชายหาด นอกจากนั้นยังมีป้าย ข้อความ ติดไว้ที่ต้นไม้และบริเวณริมรั้ว ว่า “ที่ดินแปลงนี้เนื้อที่ประมาณ 50ไร่ ของนางสาวอุบล มาศวิเชียร ห้ามผู้ใดบุกรุก,ละเมิดสิทธิ์ มิฉะนั้นจะมีความผิด ตาม ม.362,363,364-ฯ” นายโสภณ สุวรรณคะราช ปลัดอำเภอเมืองกระบี่ ฝ่ายป้องกันและปราบปรามกล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว ได้มีการเข้าดำเนินการตรวจยึดจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 2 ครั้ง คือเมื่อปี 2547 และปี 2552 แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหาจึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่คืน จากนั้นทางอบต. ร่วมกับชาวบ้าน และนักเรียนในพื้นที่ เข้าดำเนินการปลูกต้นโกงกาง เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าเลนไว้เป็นของส่วนรวม โดยปักป้ายป่าเฉลิมพระเกียรติ ฯ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2550 แต่มาทราบภายหลังว่าได้มีการปลดป้ายป่าเฉลิมพระเกียรติออกไปกพร้อมทั้งได้มี การกั้นรั้วลวดหนามตลอดแนว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมคณะกำลังสำรวจดูพื้นที่อยู่นั้น ได้มีนางสาวอุบล ได้เดินทางตามมาในพื้นที่ด้วย โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ 50 ไร่ ซึ่งได้ซื้อต่อมาจากคนในพื้นที่ มีหลักฐาน เป็นภบท.5 และยังกล่าวอีกว่าที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องเพื่อขอออกสารสิทธิ์จากสปก.แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ออกให้ ด้านพลเอกธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยตรวจสอบย้อนหลังว่าเดิมเป็นที่ดินของใคร และมีสภาพเป็นอย่างไร เป็นพื้นที่ว่างเปล่า หรือสภาพป่าสมบูรณ์ เพื่อประกอบคำวินิจฉัย ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังให้ละเอียด โดยสืบหาผู้ครอบครองเดิม ซึ่งขณะเดียวกัน ณ ปัจจุบันนี้ก็ทราบอยู่แล้วว่า เป็นพื้นที่ของใคร ซึ่งจะได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com
|
|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2009 เวลา 09:45 น. |
|
นาย อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่อยู่ในช่วงกรีนซันหรือช่วงฤดูฝน ทำให้การท่องเที่ยวไม่คึกคักมากนัก โดยเฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงนี้ประมาณ 10-20% เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซัน สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ และททท.สำนักงานกระบี่ ได้ออกไปทำตลาดยังต่างประเทศ โดยเน้นประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกงเนื่องจากการเดินสะดวก ล่าสุด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้เชิญบริษัทนำเที่ยวจากฮ่องกง มาเก๊า และมณฑลกวางตุ้ง มายังจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 20 -21 มิถุนายน ที่ผ่านมา พร้อมนำเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดกระบี่ รวมไปถึงสถานที่พักตามโรงแรม และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เพื่อเผยแพร่ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวให้กับบริษัทนำเที่ยว ได้กลับไปชักชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวจังหวัดกระบี่ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีกำลังจ่ายที่สูง พร้อมกับให้มีการพบปะพูดคุยกันระหว่างผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่และเอเย่น ทัวร์ นายอิทธิฤทธิ์ กล่าวอีกว่า บริษัทนำเที่ยว ต่างให้ความชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่รวมทั้งสถานที่พัก โรงแรมต่างๆ โดยผู้ประกอบการหลายรายเตรียมการที่จะทำแพกเกจมายังจังหวัดกระบี่ในรูปแบบ ต่างๆ เพื่อที่จะนำนักท่อเที่ยวจากฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้ง มายังจังหวัดกระบี่ นอกจากนั้นจากการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ ในการเปิดสายการบินตรงชาร์เตอร์ไฟลต์ จากฮ่องกงมาจังหวัดกระบี่ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีกับการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ในการเปิดตลาดฮ่องกง มาเก๊า กวางตุง ด้านนางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานฮ่องกง กล่าวว่า จากการที่ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้พาภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ จำนวน 13 ราย ไปร่วมงานส่งเสริมการขายไอทีอี อินเตอร์แนชั่นแนล ทาวเวอร์ เอ็กซโปร์ 2009 ที่ประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 11-14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ได้พบปะภาคธุรกิจท่องเที่ยว ของฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้งพร้อมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ และส่งเสริมการขายภายในงาน ทำให้บริษัทนำเที่ยวในตลาดฮ่องกงได้รู้จักจังหวัดกระบี่ และเกิดความสนใจ ที่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อที่จะนำนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดกระบี่ กลุ่มนักธุรกิจนำเที่ยวของฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้ง เลยได้ประสานงาน มายัง ททท.สำนักงานฮ่องกง ให้ช่วยนำบริษัทนำเที่ยว และสื่อมวลชน เข้ามาเยี่ยมชมสินค้าด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ตรงนี้จะทำให้เห็นว่า เมื่อเขาได้เข้ามาสัมผัสและพูดคุย และได้รู้ถึงสินค้าของจังหวัดกระบี่ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งตรงกับนักท่องเที่ยวฮ่องกงที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับชายทะเล ความสวยงานของหาดทราย ชายทะเล ของจังหวัดกระบี่ ก็ได้มีการพูดคุยกัน ประจวบเหมาะกับทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้จัด เคเบิ้ล ท๊อปเซล นำผู้ประกอบการของจังหวัดกระบี่พบปะบริษัทนำเที่ยว จำนวน 19 ราย ของฮ่องกง มาเก๊า และมนฑลกวางตุ้งโดยในเบื้องต้นได้มีการเจรจาพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ ที่ตลาดกระบี่จะเป็นตลาดตลาดท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวฮ่องกง มาเก๊า และมณฑล กวางตุ้ง เป็นไปได้สูงมาก ซึ่งบริษัทนำเที่ยวของฮ่องกง ที่มาจังหวัดกระบี่ในครั้งนี้ ต่างก็ยินดีเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวร่วมกันอย่างแน่นอน และจะกลับไปเพื่อที่วางแผนในการทำแพกเกจ เพื่อส่งเสริมการขาย นำนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดกระบี่ต่อไป ด้านมิสเตอร์ เลอเจอวู ซึ่งเป็นนักจัดรายซื่อดังของฮ่องกง ซึ่งได้ร่วมคณะมากับบริษัทนำเที่ยว กล่าวว่าในเบื้องต้นได้พบปะกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ที่ไปร่วมงานส่งเสริมการขายไอทีอี อินเตอร์แนชั่นแนล ทาวเวอร์ เอ็กซโปร์ 2009 ที่ฮ่องกงด้วย มีความสนใจที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดกระบี่ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร สินค้าพื้นเมือง สถานที่พักโรงแรม รีสอร์ท ตามสโลแกนของจังหวัดกระบี่ที่ว่า กระบี่เมืองน่าอยู่ผู้คนน่ารัก เอาไปเผยแพร่ในนิตยสาร ที่เป็นที่รู้จักในตลาดฮ่องกง ให้คนฮ่องกงได้รู้จักจังหวัดกระบี่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จังหวัดกระบี่ได้เปิดตัวในตลาดฮ่องกง สำหรับบริษัทนำเที่ยว ยังคิดว่าจะจัดสายการบินชาเตอร์ไฟล์ ที่บินตรงจากฮ่องกง มายังจังหวัดกระบี่ หรือจากมาเก๊าสู่จังหวัดกระบี่ ซึ่งตรงนี้คิดว่ามันจะเป็นโอกาสที่สดใสของจังหวัดกระบี่ นางวรรณา โถนาค เจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโส ททท.สำนักงานฮ่องกง กล่าวว่า กระบี่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวเยอะมาก ที่ตลาดฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้ง จะเดินทางมายังจังหวัดกระบี่ ซึ่งการทำตลาดนั้นคงมีสองแนวทางคือ การทำเพ็กเก็จโรงแรม บวกตั๋วเครื่องบิน หรือไม่ก็เป็นการมาเท่องเที่ยวแบบครอบครัว ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวจากฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้งเดินทางมายังจังหวัดกระบี่ เพราะแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่เป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวจาก ฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้ง ชื่นชอบและต้องการที่จะมาพักผ่อน เจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโส ททท.สำนักงานฮ่องกง กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดกระบี่แพกเกจ ที่น่าสนใจมากมีหลายแพกเกจ คือ 1.กอล์ฟ เปิดสอนกอล์ฟ หรือไม่ก็การทำบุคกิ้งคลาส 2.การจัดร็อคกิ้ง คัมมิ่ง 3.ซีคานู ซึ่งจะเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้งให้ความสนใจ จะทำให้กิจกรรมเหล่านี้ขายนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวได้ สำหรับศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าท่องเที่ยว โรงแรม สปา บริษัทนำเที่ยวทั้งรถทัวร์ขนส่งนักท่องเที่ยว เรือทัวร์ ที่มีศักยภาพด้านภาษาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ระบบการคมนาคมมีความสะดวกและมีความปลอดภัยสูง นางพรประภา ล้อสุวรรณ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกระบี่ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดกระบี่ จะเป็นตลาดที่รองรับนักท่องเที่ยว ฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้ง ได้อย่างนี้ โดยเฉพาะสถานที่พักโรงแรมต่างๆเนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าตลาดท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ในฮ่องกง มาเก๊าและกวางตุ้ง ยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่คาดว่าหลังจากที่ได้มีการพบปะกันมากขึ้นระหว่างเอเยนต์นำเที่ยวด้วยกันก็ จะทำให้ตลาดท่องเที่ยวบูมอย่างแน่นอน เนื่องจากทั้งสามเมืองรวมกันมีประชากรกว่า 20 ล้านคน
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.insanpost.com
|
|
|
|
|
หน้า 1 จาก 4 |
ตารางออกอากาศ
ตารางออกอากาศ
re: - ขอบคุณมากครับที่ติดตามเรา
ตารางออกอากาศ
Upgrade Web Site
ขอเสนอใหมีชั่วโมงเพลงลูกกรุง เวลา 12.00-1300น.น่าจะดีนะครับ โปรดพิจารณาด้วยครับ (แฟนคลับดีเจจุ๊บแจง)
สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
ปรับปรุงให้แล้วนะคะ**น้องตุ๊กตา**ขอบคุณมากคะ
ตารางออกอากาศ
ขอบคุณนะคะที่ฟังเรามาตลอด ขอบคุณมากคะ
ทีมงาน DJ 104MHz
น้องจุ๊บแจงหายตัวอีกแล้ว รู้ไหมมีคนคิดถึงวุ่นวายไปหมดเมื่อคืนหลับไม่ลง เป็นห่วงเด้อจ้า (จริงๆคืนนี้รับหน้าที่นายทหารเวรฯ)
ทีมงาน DJ 104MHz
djจุ๊บแจงครับ หมายเลข 075630530 มีปัญหาหรือเปล่าจ๊ะตรวจสอบด้วย
ทีมงาน DJ 104MHz
ค๊ะ***คิดถึงมากเช่นกันจ๊ะ**ขอบคุณมากนะค๊ะ
ทีมงาน DJ 104MHz
DJ จุ๊บแจงหายไปนานคิดถึงเด้อจ้า กลับมาอย่าลืมเอารักมาฝากด้วยนะจ๊ะ จุ๊บ จุ๊บ
อันดับเพลงฮิต Fm 104 Varity Radio
คิดถึงdjจ๊บแจงจังเลย จุ๊บ จุ๊บ
สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
ถึง....ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมเวปไซด์ของ104 ในหน้าหลักของบุคคลทั่วไปจะไม่มีข่าวสารอัพเดท แต่ในหน้าหลักของสมาชิกจะเห็นข่าวอัพเดท จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
ถ้าผู้ใด ใจว่าง เรื่องทางรัก ให้พบพักตร์ กันที อย่ามีหลง หากอกหัก หนักไป ครวญใคร่ปลง ขอท่านจง โชคดี ทั้งปีเทอญ
สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
พรปีใหม่ จากใจร้อยสี่ ขอลาที ปีเก่า แสนเศร้าโศก ความอับโชค ที่มา กับราศี อีกโพยภัย ไข้ทำ ประจำมี ในชีวี จงสลาย มลายพลัน สวัสดี ปีใหม่ ขอให้สุข หมดสิ้นทุกข์ กายจิต มิผิดผัน อายุมั่น ขวัญยืน สี่หมื่นวัน มีผิวพ...
สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
[b]พรปีใหม่ จากใจร้อยสี่[b] ขอลาที ปีเก่า แสนเศร้าโศก ความอับโชค ที่มา กับราศี อีกโพยภัย ไข้ทำ ประจำมี ในชีวี จงสลาย มลายพลัน สวัสดี ปีใหม่ ขอให้สุข หมดสิ้นทุกข์ กายจิต มิผิดผัน อายุมั่น ขวัญยืน สี่หมื่นวัน มีผิ...
สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
ขอขอบคุณทุก ๆ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของแฟน ๆ 104.00MHz ด้วยนะครับ ทางทีมงาน 104 จะนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
สถานีวิทยุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
อันดับเพลงฮิต Fm 104 Varity Radio
ร้านอาหารกอบัว
ตารางออกอากาศ
เน็ตเปนรายอ่ะบางวันก้อฟังม้ายด้าย..